klow (โคล์ว) Seabuckthorn oil + Japanese rice bran oil + Gac oil (30 แคปซูล)

฿390 ฿ 290

klow ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำมัน 3 ชนิดที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ Seabuckthorn oil (น้ำมันซีบัคธอร์น), Japanese rice bran oil (น้ำมันรำข้าว), และ Gac oil (น้ำมันฟักข้าว) ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพร่างกายในหลากหลายด้าน เช่น ระบบหัวใจ สมองและระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบไหลเวียนโลหิต ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดการอักเสบและบำรุงข้อต่อต่างๆ ดูแลสุขภาพผิวโดยช่วยสร้างคอลลาเจน สร้างเซลล์ผิวใหม่บรรเทาอาการตาแห้ง ช่องคลอดแห้งไม่มีเยื่อมูก ยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน สาเหตุของฝ้า กระ เป็นต้น

ป้ายกำกับ: | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
  • Description

Product Description

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร klow (โคล์ว)
Seabuckthorn oil + Japanese rice bran oil + Gac oil
(กระปุกละ 30 แคปซูล)

 


 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร klow (โคล์ว) คืออะไร


klow ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำมัน 3 ชนิดที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ Seabuckthorn oil (น้ำมันซีบัคธอร์น), Japanese rice bran oil (น้ำมันรำข้าว), และ Gac oil (น้ำมันฟักข้าว) ผลิตด้วยกรรมวิธีสกัดเย็นเพื่อให้คงคุณค่าของสารอาหารเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากสารอาหารอย่างเต็มที่
 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร klow (โคล์ว) เหมาะกับใคร


klow ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพร่างกายในหลากหลายด้าน เช่น ระบบหัวใจ สมองและระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบไหลเวียนโลหิต ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดการอักเสบและบำรุงข้อต่อต่างๆ ดูแลสุขภาพผิวโดยช่วยสร้างคอลลาเจน  สร้างเซลล์ผิวใหม่บรรเทาอาการตาแห้ง ช่องคลอดแห้งไม่มีเยื่อมูก ยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน สาเหตุของฝ้า กระ เป็นต้น

 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร klow (โคล์ว) ดีอย่างไร


klow อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโนและสารต้านอนุมูลอิสระทีมีประสิทธิภาพหลากหลายชนิด อาทิ ไขมันจเป็น Omega 3 6 7 9, วิตามิน A วิตามิน B วิตามิน C วิตามิน D วิตามิน E วิตามิน K วิตามิน P ไบโอฟลาโวนอยด์ โปรตีน  ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี กรดซิตริก (Citric acid) / โปรแอนโธไซยานิดิน หรือที่เราเรียกว่า OPC / กรดซัคซินิก (Succinic Acid)  / กรดทาร์ทาริก (Tartaric Acid) / กรดควินิก (Quinic Acid) และ แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) และอื่นๆอีกมากมาย
 

klow อุดมไปด้วย Omega 7

 

Omega 7 หรือ กรดไขมันพาลมิโตเลอิค (Palmitoleic acid) คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่พบได้ทั้งในพืชและในสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วแมคคาเดเมีย อะโวคาโด ปลาน้ำเย็น เช่น ปลาแองโชวี่ แต่แหล่งที่มีกรดไขมัน Omega 7 มากที่สุดคือ Seabuckthorn  และกรดไขมัน Omega7 เพิ่งรับการจำแนกประเภทใหม่เป็นฮอร์โมนควบคุมลิปิด หรือควบคุมไขมัน ที่ทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า lipokine (ไลโปไคน์) มันจะไปกดการอักเสบที่เนื้อเยื่อ ต้านการอักเสบได้ดีกว่า omega 3 ถึง  6 เท่า 

 

ประโยชน์ของ Omega 7 หรือ กรดไขมันพาลมิโตเลอิค (Palmitoleic acid)


Omega7 มีส่วนช่วยลดค่า CRP หรือ C-Reactive Protein
CRP
เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อร่างกายมีการอักเสบ ถ้าค่า CRP  สูง นั่นหมายความว่าร่างกายมีการอักเสบสูง ถ้าค่านี้สูงจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว (atherosclerosis) โรคหัวใจ หรือมีผลให้โรคหัวใจกำเริบ


Omega7 ช่วยเพิ่มการหลั่งอินซูลิน
มีงานวิจัยพบว่า omega7 ช่วยเพิ่มการหลั่งอินซูลิน ลดภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistance) ลดระดับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยจัดการกับปัญหาโรคเบาหวาน ช่วยลดไขมันและกำจัดไขมันได้ ด้วยการเพิ่มความไวของอินซูลินในร่างกายอินซูลินมีหน้าที่ดึงน้ำตาลในกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อเผาผลาญน้ำตาลเป็นพลังงาน แต่ขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เกิดการสะสมไขมันด้วย พฤติกรรมการทานแป้งและน้ำตาลมากเกินไป รวมถึงกินจุกจิกตลอดเวลา จะไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลินตลอดเวลาเช่นกัน อินซูลินที่หลั่งออกมามากเป็นเวลาหลายๆ ปี นานเข้าเนื้อเยื่อเริ่มไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ก็จะทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) จนเบตาเซลล์ที่ตับอ่อนก็เริ่มล้า จนทำให้เกิดโรคเบาหวานและตามมาด้วยโรคหัวใจ โรคไขมันสะสมที่ตับ โรคเก๊าต์

Omega 7 ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของเยื่อเมือกในช่องคลอด
การศึกษาพบว่า โอเมก้า 7 ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของเยื่อเมือกในช่องคลอดได้ นั้นหมายความว่ามันสามารถช่วยลดอาการแห้งและคันได้ มีการศึกษา double-blind ในปี 2014 ได้นำสตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีอาการช่องคลอดแห้งคันหรือแสบ 116 คน แล้วทำการสุ่มแจก น้ำมันซีบัคธอร์น จะมีคนที่ได้น้ำมันซีบัคธอร์น 3 กรัม และบางคนจะได้เป็นยาหลอก ให้กินทุกวันเป็นเวลา 3 เดือน พบว่า โอเมก้า 7 สามารถช่วยบรรเทาและซ่อมแซมเยื่อบุลำไส้ที่เสียหายได้ ซึ่งหมายถึงการช่วยลดความรู้สึกไม่สบายในส่วนช่องท้องได้ มักเกิดในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ร่างกายจะลดหรือหยุดการหล่อลื่นในช่องคลอดลดลง และยังเกิดกับแม่ที่กำลังให้นมลูก หรือ คนที่ใช้ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด จากการศึกษานี้พบว่าคนที่ได้ทาน น้ำมัน ซีบัคธอร์น 3 กรัม ทุกวันเป็นเวลา 3 เดือน  มีเยื่อเมือกในช่องคลอดมากขึ้นและความสมบูรณ์ของช่องคลอดดีขึ้น


อีกงานวิจัย ทำการศึกษากับผู้หญิงจำนวน 24 คนที่มีอายุ 37-66 ปี เค้าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนึงที่ทานยาหลอก และอีกกลุ่มทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากน้ำมันซีบัคธอร์น ขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 4 แคปซูล เป็นเวลา 3 เดือน ผลวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ทานน้ำมันซีบัคธอร์น มีสารหล่อลื่น หรือ ที่เราเรียกว่าเยื่อเมือกหรือมูกภายในช่องคลอดสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ยาหลอก ผู้ทำวิจัย สรุปว่ามันเป็นผลจากการปรับระดับกรดไขมันจำเป็น วิตามิน E แคโรทีนอยด์ ที่มาจากน้ำมันซีบัคธอร์น 


Omega7 ช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลดี

Omega7 จะช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลดี ลดคอเลสเตอรอลไม่ดี ช่วยปรับระดับคอเลสเตอรอลและไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นค่ะ ขับสารพิษในตับด้วยนะ ปกป้องตับ ลดการอักเสบของไขมันและการสะสมไขมันในตับได้ ลดความเสี่ยงโรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้มีปัจจัยจากแอลกอฮอล์ (NAFLD) ซึ่งเราจะพบบ่อยในคนที่เป็นโรคอ้วนและภาวะดื้ออินซูลิน 


Omega 7 บำรุงผิว กักเก็บความชุ่มชื่น
ความพิเศษของ Omega7 ที่สาวๆพลาดไม่ได้ เพราะเป็นกรดไขมันที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผม ผิว เล็บ ให้ชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน ช่วยให้ผิวของเรากับเก็บน้ำได้ดีขึ้น ลดริ้วรอย ช่วยกำจัดเชื้อแบคที่เรียสาเหตุหลักของการเกิดสิว บรรเทาอาการกลากที่เกิดจากเชื้อรา และยังช่วยรักษาอาการอักเสบของผิวได้อย่างรวดเร็ว มันจะไปลดสารอักเสบในร่างกาย ปรับสมดุลฮออร์โมนในร่างกาย และ สุขภาพดีในระดับเซลล์ การทานโอเมก้า 7 ช่วยรักษาและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ เพื่อเพิ่มความอ่อนเยาว์ ขณะเดียวกัน มันก็ไปช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันผิวจาก UV
 


 

ทำไมต้องเป็นน้ำมัน 3 ชนิดรวมกันในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร klow (โคล์ว)

 

 

ประโยชน์ของ Seabuckthorn oil (น้ำมันซีบัคธอร์น)


Seabuckthorn หรือ seaberry superfood ได้รับการยกย่องว่า เป็น Source of natural vitamins เพราะมีสารอาหารสำคัญๆ มากกว่า 190 ชนิด แพทย์แผนโบราณใช้มานานเป็นพัน ปี ที่มีประโยชน์กับสุขภาพของเรา ไม่ว่าจะเป็น กรดอะมิโน 18ชนิด วิตามิน 17 ชนิด เช่น vitamin a vitamin B12 vitamin C  vitamin E vitamin K มีแร่ธาตุ 14 ชนิด  และที่สำคัญมี กรดไขมันไม่อิ่มตัว Omega จากพืช มีกรดไขมัน 3 6 7 และ 9 


จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า เทียบวิตามิน ระหว่าง Seabuckthorn กับผลไม้อื่นๆ ในปริมาณที่เท่ากัน พบว่า seabuckthorn

  • มี Vitamin B2 มากกว่าผักโขมถึง 50 เท่า 
  • มี Vitamin C มากกว่าส้มถึง 10 เท่า
  • มี Vitamin E สูงที่สุด มากกว่าเมล็ดทานตะวันถึง 6 เท่า มากกว่าน้ำมันข้าวสาลี 2 เท่า, มากกว่าน้ำมันข้าวโพด 9 เท่า และมากกว่าน้ำมันถั่วเหลือง 35 เท่า
  • มี SOD (superoxide dismutase) มากกว่าโสมจีน (ginseng) ถึง 5 เท่า 
  • มีวิตามิน A มากกว่าแครอทถึง 3 เท่า 
  • มี Omega 3 6 7 9 โดยเฉพาะ omega 7
  • Seabuckthorn เป็นแหล่ง omega7 ที่เข้มข้นที่สุดในโลกตอนนี้ มี Omega 7 มากกว่าพืชทั้งหมด มีมากกว่าอะโวคาโด 2 เท่า มากกว่าแมคคาเดเมีย 3 เท่า มากกว่าใน Fish oil 8 เท่า 
  • Seabuckthorn เป็นพืชในตระกูลเบอรี่ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดตัวนึง มีสารโปรแอนโทรไซยานิดิน (Proanthocyanidins) ฟลาวโวนอยด์ (Flavonoids) และ โพลีฟีนอล (Polyphenol) ซึ่งทำให้มันมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่า vitamin c ถึง 70 เท่า

    มีงานวิจัยพบว่า 
  • Seabuckthorn มีค่าโปรแอนโธไซยานิดิน (proanthocyanidins) หรือ เรียกย่อๆ ว่า OPC สูงที่สุดในบรรดา Superfood
  • Seabuckthorn มีค่า ORAC ที่สูงที่สุดในโลก ค่า ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) คือ ความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระของอาหาร ค่า ORAC ที่สูงจะมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง

จุดเด่นของ Seabuckthorn oil ใน klow


klow เลือก seabuckthorn ภายใต้ลิขสิทธิ์ omegia เป็นซีบัคธอร์นที่ปลูกในราบสูงธิเบต ซึ่งได้รับการยอมรับว่า เป็นซีบัคธอร์นที่คุณภาพดีที่สุดในโลก ผลิตจากไร่อินทรีย์ที่ปราศจากสารพิษและสิ่งปนเปื้อน ปลูกที่ราบสูง สูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 3,000 เมตร พื้นที่แถบนี้ UNESCO เรียกว่า ขั้วโลกที่3 (Earth third’s pole) เพราะมันมีภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ได้รับแสงแดดเป็นเวลายาวนานและต่อเนื่อง ฝนตกน้อยมาก ทำให้ seabuckthorn จากธิเบตเติบโตได้ดีและอุดมไปด้วยสารอาหารมากกว่าซีบัคธอร์นทุกๆแหล่งบนโลก


มีการศึกษาหลายชิ้นพบว่า Seabuckthorn ช่วยลดความเสี่ยงของกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุได้ และ Seabuckthorn ยังขึ้นชื่อเรื่องลดการอักเสบและต้านการอักเสบในร่างกาย มันยังช่วยบำรุงข้อต่อ และบรรเทาอาการบาดเจ็บตามข้อต่อต่างๆ ใครที่รู้สึกมีเสียงกร๊อบแกร๊บๆ เวลาขยับ นั่นแหละค่ะ

 

Seabuckthorn มีทั้ง antioxidants โพลีฟีนอล และไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงระบบประสาทและช่วยให้การจดจำดีขึ้น ปัญหานี้ใครที่อายุเยอะ หลงๆลืมๆ จะเข้าใจดีค่ะ มันช่วยลดภาวะสมองเสื่อมเฉียบพลัน ประสิทธิภาพการรับรู้ ความเข้าใจที่ลดลงของผู้สูงอายุ ลดระดับน้ำตาลในเลือด บรรเทาอาการและภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา ลดความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย รักษาโรคหัวใจ ปรับปรุงความเครียดในเนื้อเยื่อหัวใจให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น

สำหรับผู้หญิง Seabuckthorn ช่วยแก้ปัญหาเรื่องผิวแห้ง ช่องคลอดแห้งด้วยการเพิ่มมูกช่องคลอดให้มากขึ้น ช่องคลอดมีความสุมบูรณ์มากขึ้น 

 

สำหรับผู้ชาย Seabuckthorn ก็จะมีไลโคปีนที่ช่วยดูแลสุขภาพของต่อมลูกหมากและระบบลำไส้ 


สำหรับเด็กๆ Seabuckthone ก็มีวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยให้เด็กมีขสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง
 

 

ประโยชน์ของ Gac oil (น้ำมันฟักข้าว)


งานวิจัยออกมาหลายชิ้นพบว่าน้ำมันฟักขาวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)อย่างไลโคปีน (Lycopene) สูง

ไลโคปีนเป็นสารที่เราพบได้ในผักผลมีที่สีส้ม จัดเป็นสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ชนิดหนึ่งใน 600 ชนิด ละลายได้ดีในไขมัน เช่นเดียวกับเบต้าแคโรทีน และกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง โดยในฟักข้าว มีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศถึง 70 เท่า และมีแบต้าแคโรทีนสูงว่าแครอท 10 เท่า 

 

  • ช่วยในการไหลเวียนของเลือด 
  • ฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานโรค  ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะมันไปลดไขมัน คอเลสเตอรอล (Cholesterol) ในเส้นเลือด ไม่ให้เกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ ลดความเสี่ยงอัมพฤกษ์และอัมพาต 
  • มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา ปกป้องดวงตาจากโรคต้อกระจก ป้องกันประสาทตาเสื่อม และป้องกันการมองไม่เห็นในตอนกลางคืนได้ด้วย 
  • ช่วยบำรุงผิว ปกป้องผิวจากแสงแดดปกป้องเซลล์จากการถูกทำร้าย ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ดูอ่อนกว่าวัย ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งกร้านและบำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม
  • ช่วยซ่อมแซมร่างกาย พร้อมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น ร่างกายก็จะฟื้นตัวเร็วขึ้น 
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยการควบคุมไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเกินไป ดีต่อคนที่ระดับน้ำตาลสูง อ้วน หรือมีภาวะ PCOS ด้วย

 

มีงานวิจัยที่ค้นพบว่า ร่างกายของคนเราควรได้รับปริมาณไลโคปีน อย่างน้อย 6.5 มก.ต่อวัน หรือเท่ากับ มะเขือเทศสด 10 ลูก ในงานวิจัยนี้บอกว่าเราต้องกิน มะเขือเทศ 100 ลูก ต่อ 1 สัปดาห์ 

 

มีการศึกษากับผู้ป่วยที่มีระบบเผาผลาญผิดปกติ (Metabolic Syndrome) เป็นเวลากว่า 10 ปี ภาวะนี้จะทำให้ผู้ป่วยมีความดันและไขมันในเลือดสูง พบว่าการทาน Lycopene ปริมาณสูงอยู่เป็นประจำอาจช่วยลดความดันเลือดและลดไขมันภายในเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจได้

 

ประโยชน์ของ Japanese rice bran oil (น้ำมันรำข้าว)


น้ำมันรำข้าวที่อยู่ใน klow เป็นน้ำมันรำข้าวญี่ปุ่นที่สกัดได้จากรำข้าวและเมล็ดข้าวญี่ปุ่น อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ เช่น

 

  • แกมมา ออริซานอล (Gamma Oryzanol)  เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการทำลายหลอดเลือดหัวใจจากอนุมูลอิสระ ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายที่ทำให้เกิดการแก่ก่อนวัย (Anti-aging) ป้องการเซลล์ผิวจากการถูกทำลายด้วยแสงแดด ช่วยให้ผิวดูกระจ่างสดใสขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกิดจากอนุมูลอิสระ เช่น อัลไซเมอร์ หัวใจ ช่วยลดคลอเลสเตอรอล โดยการลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำใส้ ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมน้ำย่อยทำงานได้เป็นปกติมากขึ้น ลดไตรกลีเซอไรด์ ลดการอักเสบ ลดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว ปรับสมดุลฮอร์โมนสำหรับวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน  ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ
     
  • ไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) สารอาหารชนิดนี้มีอยู่ในน้ำมันรำข้าวมากกว่าน้ำมันชนิดอื่น ช่วยลดคอเลสเตอรอล ต้านอาการอักเสบ ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายดีขึ้น ซึ่งพบว่า ไฟโตเสตอรอล ในน้ำมันรำข้าวมีมากถึง 27 ชนิด 

 

กลุ่มที่ 1 สารฟอสโฟไลฟิด (Phospholipids) เช่น เลซิติน (Lecithin) เซฟฟาลิน (Cephalin) ไลโซเลซิติน (Lysolecithin) สารพวกนี้จะช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ประสาทสมอง ปกป้องเซลล์ประสาท ช่วยลดความเครียด และทำให้ความจำดีขึ้น 

 

กลุ่มที่ 2 เซราไมด์ (Ceramide) ส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว เพื่อผิวสดใส เปล่งปลั่ง ลดอลือนริ้วรอยต่างๆ ที่อาจเกิดก่อนวัยอันควร เช่น แสงสีฟ้าจากจอมือถือ จอคอมพิวเตอร์ โดน UV ทำร้าย หรือจากความเครียด อีกทั้งมีส่วนช่วยยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน สาเหตุของฝ้า กระ จุดด่างดำ

 

กลุ่มที่ 3 โทคอล (Tocols) กลุ่มนี้เป็นวิตามินอีธรรมชาติ ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ช่วยเพิ่มคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับโรคต่างๆได้ดีขึ้น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ 

 

กลุ่มที่ 4 กรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายเราไม่สามารถผลิตเองได้ โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ช่วยลดการแข็งตัวของเลือด ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและอัมพาต ลดการอักเสบของโรคไขข้อเสื่อมรูมาตอยด์ ลดอาการปวดหัวไมเกรน ปวดประจำเดือน เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย ลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ลดการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง สามารถช่วยบำรุงตับ และป้องกันโรคสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์

กลุ่มที่ 5 กลุ่มวิตามินบีรวม (วิตามิน B – Complex) มีส่วนช่วยร่างกายในการสร้างเม็ดเลือดดีขึ้น ทำให้การทำงานของหัวใจ สมองและระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น กลุ่มวิตามินบีรวมยังช่วยป้องกันการเกิดโลหิตจาง อ่อนเพลีย ขี้หลงขี้ลืมได้นะคะ

 

ส่วนกอบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร klow (โคล์ว)


ส่วนประกอบทั้งหมด ต่อ 1 แคปซูล (Ingredient) = 720 mg.

Seabuckthorn oil   250 mg.
Rice bran oil       244 mg. (Japanese rice bran oil)
Gac oil               6 mg.


Other; Glycerine 422, Edible gelatin 428

 

วิธีการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร klow (โคล์ว)

 

ทัวไป : ทาน 1 แคปซูล หลังอาหาร 1-3 มื้อ

ต้องการเพิ่มมูก มดลูกแห้ง  ผิวแห้ง ตาแห้ง : ทาน 2 แคปซูล หลังอาหาร 3 มื้อค่ะ

 

ปริมาณผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร klow (โคล์ว)


1 กระปุก บรรจุ 30 แคปซูล

 


 

REVIEW  KLOW










 

comments powered by Disqus